ชายหาดจังหวัดเพชรบุรี

เมื่อพูดถึงทะเลของจังหวัดเพชรบุรี สถานที่หนึ่งที่ผุดเข้ามาในหัวของใครหลายคนคงไม่พ้น หาดชะอำ แต่รู้หรือไม่ว่านอกจากหาดชะอำแล้ว จังหวัดเพชรบุรียังมีชายหาดอีกหลายแห่งให้คุณได้ไปเยี่ยมชม ก่อนอื่นไปทำความรู้จักจังหวัดเพชรบุรีกัน จังหวัดเพชรบุรีมีอาณาเขตติดกับทะเลอ่าวไทย มีขนาดพื้นที่ทั้งหมด 592.89 ตารางกิโลเมตร ความยาวชายฝั่งเท่ากับ 89.71 กิโลเมตร ซึ่งมี 4 อำเภอ 13 ตำบลที่ติดชายฝั่งทะเล

ภาพถ่ายดาวเทียม จ.เพชรบุรี (ที่มา: Google Earth)

ระบบนิเวศชายฝั่งประกอบไปด้วย หาดทราย 50.77 กิโลเมตร หาดโคลน 36.62 กิโลเมตร และปากแม่น้ำ 2.32 กิโลเมตร (ที่มา: https://www.dmcr.go.th/detailLib/7145 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง,2566) โดยที่จังหวัดเพชรบุรีมีปากร่องน้ำทั้งหมด 2 ปากร่องน้ำ เมื่อพูดถึงชายหาดของเพชรบุรีนอกจากหาดชะอำแล้ว หาดที่น่าสนใจไม่แพ้กันได้แก่ หาดเจ้าสำราญ หาดปึกเตียน หาดบางเก่า นอกจากนี้ยังมีสถานีที่ที่หนึ่งมีทั้งหาดทรายและหาดโคลน คือ หาดแหลมหลวง (แหลมผักเบี้ย) เนื่องจากอาณาเขตอยู่ติิดกับจังหวัดสมุทรสงครามจึงทำให้ตะกอนโคลนถูกคลื่นซัดเข้าฝั่งของหาดแหลมหลวง และถูกกล่าวขานว่าเป็น หาดทรายเม็ดแรกของภาคใต้ ซึ่งสถานที่แห่งนี้เรียกได้ว่าเป็นหาดศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนที่เงียบสงบ และมีแต่ธรรมชาติก็ว่าได้ หากอยากหนีความวุ่นวายจากผู้คนหาดแหลมหลวงถือเป็นตัวเลือกที่ดีทีเดียว

หาดชะอำ (ที่มา: https://www.wongnai.com/)

หาดเจ้าสำราญ (ที่มา: https://roijang.com/)

แหลมผักเบี้ย (ที่มา: https://edailyreport.dmcr.go.th/)

หาดปึกเตียน (ที่มา: https://roijang.com/phetchaburi/)

หาดบางเก่า (ที่มา: https://travel.trueid.net/detail/NJroZvwPaRQD)

หากลองสังเกตให้ดีจะเห็นว่า แต่ละภาพที่นำมาแสดงให้เห็นนั้นจะมีโครงสร้างป้องกันชายฝั่งอยู่แทบทุกหาด ไม่ว่าหาดนั้นจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวหรือไม่ก็ตาม เช่น เขื่อนกันคลื่นนอกชายฝั่งที่หาดเจ้าสำราญและหาดแหลมหลวง เขื่อนหินทิ้งที่หาดปึกเตียน โดยเฉพาะหาดชะอำใต้ หาดทรายที่ใครหลายๆคนเคยเล่นในวัยเด็ก ตอนนี้จะไม่มีภาพแบบวันวานอีกแล้ว เนื่องจากพื้นที่หาดทรายได้กลายมาเป็นกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันไดแทน นอกจากจะไม่มีชายหาดแล้ว กำแพงกันคลื่นที่ว่านี้ยังเป็นอันตรายอย่างมากต่อนักท่องเที่ยว เนื่องจากบริเวณขั้นบันไดได้มีการเกาะตัวของตะไคร่น้ำ มีนักท่องเที่ยวหลายคนได้สังเวยความสุขในวันพักผ่อนไปกับอุบัติเหตุที่คาดไม่ถึงจากกำแพงกันคลื่น ยกตัวอย่างเช่น กรณีของนักท่องเที่ยวลื่นล้มหัวกระแทกขั้นบรรได ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสแพทย์ลงความเห็นให้เป็นผู้พิการ (อ่านต่อได้ที่ กำแพงกันคลื่นชายหาดชะอำพ่นพิษ)

กำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันไดที่ หาดชะอำใต้ (ที่มา: https://th.trip.com/)

จากกรณีดังกล่าวสมควรหรือไม่ที่หน่วยงานรัฐมีมาตรการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งโดยใช้โครงสร้างทางวิศวกรรมในพื้นที่หาดท่องเที่ยว การป้องกันชายฝั่งโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมา ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยว การกัดเซาะชายฝั่งเพิ่มขึ้นหลังสิ้นสุดโครงสร้าง มูลค่าความเสียหายที่เกิดจากการขาดรายได้ของแม่ค้าร่มเตียง จากหาดทรายที่เคยเป็นความทรงจำดีๆของใครหลายคนต้องจบลงด้วยการดำเนินการของหน่วยงานภาครัฐ

จากการรวบรวมข้อมูลโครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งของจังหวัดเพชรบุรีที่หน่วยงานรัฐเข้ามาดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ.2558-2566 พบว่ามีการใช้งบประมาณไปทั้งหมด 552.65 ล้านบาท

งบประมาณป้องกันชายฝั่ง จ.เพชรบุรี

ที่มาข้อมูล: ระบบข้อมูลการใช้จ่ายภาครัฐ (https://govspending.data.go.th/)